ชมทีวีออนไลน์ เข้าสู่เว็บไซต์หลัก
4,542,347
1,637,067
307,666
ข้อมูล ณ วันที่ 16 พ.ค. 63 ( 10:00 น. )
1. สหรัฐอเมริกา
2. บราซิล
3. รัสเซีย
25,050
17,126
10,598
1,442,824
220,291
262,843
ข้อมูล ณ วันที่ 16 พ.ค. 63 ( 10:00 น. )
3,025 คน
+0
2,855 คน
114 คน
56 คน
ข้อมูล ณ วันที่ 16 พ.ค. 63 ( 11:36 น. )
10 อันดับประเทศผู้ติดเชื้อ (COVID-19) สูงสุด
ประเทศ ผู้ติดเชื้อสะสม เสียชีวิต รักษาหาย
  สหรัฐอเมริกา
1,442,824
(+ 25,050)
87,530 250,747
  รัสเซีย
262,843
(+ 10,598)
2,418 58,226
  อังกฤษ
238,004
(+ 3,564)
34,078 1,047
  สเปน
230,183
(+ 643)
27,459 144,783
  อิตาลี
223,885
(+ 789)
31,610 120,205
  บราซิล
220,291
(+ 17,126)
14,962 84,970
  ฝรั่งเศส
179,630
(+ 636)
27,532 60,562
  เยอรมนี
175,233
(+ 755)
7,897 151,597
  ตุรกี
146,457
(+ 1,708)
4,055 106,133
  อิหร่าน
116,635
(+ 2,102)
6,902 91,836

Timeline

Timeline

  • 16 พฤษภาคม 2563


    ผู้ป่วย COVID-19 จำนวน 3 รายสุดท้าย รพ. สนามธรรมศาสตร์ ซึ่งเป็นรพ. สนามแห่งแรกของไทยที่รองรับผู้ป่วย COVID-19 หายดีกลับบ้านได้แล้ว หลังจากนี้ รพ. จะปิดตัวลงชั่วคราว แต่หากเกิดการระบาดรอบ 2 ก็พร้อมที่จะปฏิบัติการได้อีกครั้ง

  • 16 พฤษภาคม 2563


    ศบค. แถลง ไทยไม่พบผู้ติดเชื้อใหม่ รวมผู้ติดเชื้อสะสม 3,025 คน ไม่มีผู้เสียชีวิต รวมผู้เสียชีวิตสะสม 56 คน รักษาหาย 1 คน รวมรักษาหายสะสม 2,855 คน

  • 16 พฤษภาคม 2563


    สถานการณ์ COVID-19 ทั่วโลกยังเพิ่มสูงต่อเนื่อง มียอดผู้ติดเชื้อมากกว่า 4,500,000 คน ผู้เสียชีวิตมากกว่า 300,000 คน ผู้ที่รักษาหายแล้ว มีจำนวน 1,750,000 คน

  • 16 พฤษภาคม 2563


    ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่ ประกาศกระทรวงสาธารณสุข ถอด เกาหลีใต้ จีน ฮ่องกง และมาเก๊า ออกจากท้องที่นอกราชอาณาจักรที่เป็นเขตติดโรคติดต่ออันตราย กรณีโรคติดเชื้อ COVID-19

LIVE แถลงสถานการณ์

สธ.แถลงสถานการณ์โควิด-19 (16 พ.ค. 63)

กระทรวงสาธารณสุข เน้นย้ำ 5 มาตรการ รับปลดล็อกระยะที่ 2

  • ทำความสะอาด
  • ผู้ให้ / ผู้รับบริการ สวมหน้ากาก
  • บริการจุดล้างมือ
  • เว้นระยะห่าง
  • ควบคุมจำนวนคน

อธิบดีกรมอนามัย ชี้แจงประเด็นการผ่อนคลายระยะที่ 2

  • กลุ่มห้างสรรพสินค้าเปิดให้จำหน่ายอาหารและเครื่องดื่ม แต่งดจัดกิจกรรมส่งเสริมการขายหรือการทำให้คนหนาแน่น
  • การถ่ายทำภาพยนตร์และรายการต่าง ๆ ทีมงานหน้าฉากต้องไม่เกิน 50 คน ต้องไม่มีผู้ชมเข้าร่วมรายการ

Infographic

Infographic

ถาม-ตอบ COVID-19

ถาม-ตอบ COVID-19

ความรู้ทั่วไป
A :

COVID-19 ทำให้เรามีการศึกษาเรียนรู้ มีการปรับเปลี่ยน มีการใช้สื่อหรือเทคโนโลยีต่าง ๆ มากขึ้น ในวงการแพทย์เริ่มมีการให้บริการแบบทางไกล โดยใช้เทคโนโลยีในการสื่อสาร วินิจฉัยโรคและติดตามอาการ รวมถึงการส่งยาทางไปรณีย์ ทำให้โรคบางโรค หรือกลุ่มโรคที่ไม่ติดต่อ (Non-communicable diseases) แพทย์สามารถวินิจฉัยทางไกลได้ ซึ่งเป็นการลดความแออัดในโรงพยาบาล

 

ข้อมูลโดย : รศ.นพ.นริศ กิจณรงค์ รองคณบดีฝ่ายสื่อสารองค์กรและกิจกรรมเพื่อสังคม คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล

A :

ยังคงมีความจำเป็น เพียงแต่ต้องปรับแนวทางใหม่ จากการลงพื้นที่แบบปูพรม เป็นการเลือกการค้นหา ทั้งในพื้นที่เสี่ยงที่มีผู้คนมารวมกลุ่มกันเป็นจำนวนมาก และในส่วนของประชากรกลุ่มเสี่ยงต่าง ๆ เช่น กลุ่มประชาชนในชุมชนแออัด กลุ่มแรงงานต่างด้าว กลุ่มอาชีพที่มีความเสี่ยงในการพบปะผู้คนจำนวนมาก

 

ทั้งนี้กรมควบคุมโรคได้เตรียมการสำหรับ COVID-19 ระยะต่อ ๆ ไป โดยการเฝ้าระวังพื้นที่เสี่ยงและกลุ่มผู้ป่วยที่ไม่แสดงอาการ เพื่อประเมินสถานการณ์ต่อไป

 

ข้อมูลโดย : นพ. สุวรรณชัย วัฒนายิ่งเจริญชัย อธิบดีกรมควบคุมโรค

A :

นักสืบโรคระบาด จะมีการทำงานเป็นทีม ประกอบด้วยสหวิชาชีพ ทั้งแพทย์ พยาบาลที่ปฏิบัติงานในโรงพยาบาล โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล (รพ.สต.) พยาบาลในชุมชน นักเทคนิคการแพทย์ นักวิชาการสาธารณสุข อาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.)

 

ที่มาของคำว่า “นักสืบโรคระบาด” เนื่องมาจากขบวนการในการค้นหาผู้ป่วยของบุคลากรทางการแพทย์เหล่านี้ ซึ่งเมื่อพบผู้ป่วยได้รวดเร็ว ก็สามารถทำการรักษาและลดการแพร่ระบาดได้อย่างรวดเร็วเช่นกัน

 

ข้อมูลโดย : นพ. สุวรรณชัย วัฒนายิ่งเจริญชัย อธิบดีกรมควบคุมโรค

A :

ตามปกติแล้วทุก ๆ เชื้อสามารถไปกระตุ้นให้เกิดอาการอักเสบในร่างกาย ซึ่งทำให้ดูคล้ายกับเป็นอาการของโรคคาวาซากิ ที่จะมีการอักเสบทั่วร่างกายทุกหลอดเลือดได้ ผู้ป่วยเด็กในยุโรปหรืออเมริกา โดยส่วนใหญ่จะเป็นเด็กผิวสี ทำให้มีการสันนิษฐานว่าสาเหตุของโรคอาจมาจากพันธุกรรม การอาศัยในพื้นที่แออัด หรืออาจเป็นการเข้าถึงการรักษาได้ไม่สะดวกในช่วงเวลาที่มีการแพร่ระบาดของ COVID-19 ซึ่งทำให้ได้รับการรักษาไม่ทันการณ์

 

ทั้งนี้ภาวะอักเสบมากผิดปกติ (Hyper-inflammatory Syndrome) จะไม่พบบ่อย การเกิดขึ้นของภาวะนี้อาจมีความเกี่ยวข้องกับเรื่องของพันธุกรรมมากกว่าเกิดจากโรคระบาด

 

ข้อมูลโดย : รศ. พญ. วารุณี พรรณพานิช วานเดอพิทท์ กุมารแพทย์-โรคติดเชื้อ สถาบันสุขภาพเด็กแห่งชาติมหาราชินี

A :

บางประเทศอาจมีความจำเป็นจะต้องแบ่งกลุ่มคน เพื่อบริหารจัดการประเทศในสถานการณ์ COVID-19 ที่ยังคงดำเนินอยู่

 

จากรายงานพบว่าผู้ป่วย COVID-19 ที่มีการติดเชื้อซ้ำหลังจากรักษาหายแล้ว คิดเป็น 5 – 15% เท่านั้น ทำให้มีประชาชนที่ไม่ติดเชื้ออยู่ถึง 85 – 95% ดังนั้นผู้ที่หายจาก COVID-19 แล้ว ถือว่าเป็นผู้ที่มีภูมิคุ้มกันจาก COVID-19 ซึ่งในต่างประเทศจะมีการออกใบรับรองที่เรียกว่า Immunity Passports หรือ บัตรผ่านภูมิคุ้มกัน ให้กับคนกลุ่มนี้ เพื่อให้สามารถเป็นผู้ช่วยในสถานการณ์ COVID-19 เช่น งานที่ต้องอยู่กับคนหมู่มาก งานที่ต้องทำกับกลุ่มเสี่ยงหรือกลุ่มเปราะบาง ทั้งนี้ระยะเวลาของภูมิคุ้มกันจะแตกต่างกันไปตามร่างกายของแต่ละบุคคล จึงต้องมีการตรวจติดตามอาการเป็นระยะ

 

ข้อมูลโดย : ศ. พญ. จิรพร เหล่าธรรมทัศน์ รองอธิการบดีวิทยาลัยวิทยาศาสตร์การแพทย์เจ้าฟ้าจุฬาภรณ์

ดูแลป้องกันและปฏิบัติตน
A :

สามารถทำได้หลายวิธี ทั้งการฝึกฝนตัวเองและการออกกำลังกาย แบ่งออกเป็น

  1. การฝึกการหายใจ มีหลายวิธี แต่วิธีที่เหมาะสมกับโรคเกี่ยวกับปอด จะเป็นการหายใจโดยเน้นกระบังลม มีขั้นตอนดังนี้
    – อยู่ในท่านั่ง
    – นำมือข้างหนึ่งวางบนทรวงอก อีกข้างหนึ่งวางที่ใต้ลิ้นปี่
    – หายใจเข้าผ่านทางจมูกให้ท้องป่อง ให้รู้สึกว่ามือข้างที่วางอยู่ใต้ลิ้นปี่มีการขยับออก
    – หายใจออกช้า ๆ โดยการเป่าลมออกทางปาก
  2. การฝึกไอ ในช่วงที่มีเสมหะเยอะ
    – หายใจเข้าลึก ๆ ให้อากาศเข้าไปในปอด
    – กลั้นหายใจประมาณ 1 – 2 วินาที
    – ไอแรง ๆ โดยใช้แรงดันในช่องท้องเป็นแรงขับ
  3. การออกกำลังกายในลักษณะแอโรบิก เพื่อช่วยเสริมสร้างกล้ามเนื้อและหลอดเลือดส่วนปลาย

ข้อมูลโดย : พญ.จิรภา แจ่มไพบูลย์ ภาควิชาเวชศาสตร์ฟื้นฟู คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

A :

แนะนำเป็นการสื่อสารเชิงบวก ในลักษณะของการให้ความสำคัญกับสิ่งที่ลูกต้องการจะสื่อสาร หลังจากนั้นให้ผู้ปกครองอธิบายตามตรงว่าตอนนี้ต้องการเวลาทำงานในช่วงเวลาหนึ่ง ในระหว่างนี้ต้องการให้ลูกทำสิ่งที่ผู้ปกครองมอบหมายไปให้เสร็จเรียบร้อย แล้วค่อยมาเล่นกัน แบบนี้ก็จะเป็นวิธีที่ดีสำหรับทุกฝ่าย

 

ข้อมูลโดย : คุณกีรติ อ้นมั่น นักกิจกรรมบำบัด คณะกายภาพบำบัด มหาวิทยาลัยมหิดล

A :

แนะนำให้แบ่งเป็น 2 ส่วน

  1. กิจวัตรประจำวัน
    – ควรจำลองให้คล้ายกับรูปแบบชีวิตตามปกติที่เคยทำมา
  2. กิจกรรมเสริมอื่น ๆ
    – การเล่น การเคลื่อนไหว
    – การทบทวนบทเรียน
    – กิจกรรมร่วมกันภายในบ้าน เช่น ทำงานบ้านร่วมกันกับพ่อแม่

ข้อมูลโดย : คุณกีรติ อ้นมั่น นักกิจกรรมบำบัด คณะกายภาพบำบัด มหาวิทยาลัยมหิดล

A :

เด็กในช่วงวัยอนุบาลถึงวัยประถม อาจจะยังไม่เข้าใจสถานการณ์เท่ากับเด็กวัยอื่น แนะนำผู้ปกครองทำความเข้าใจด้วยการพูดคุยกันในครอบครัวก่อน ประกอบกับการเล่านิทานหรือการใช้สื่อการสอนสำหรับเด็กที่สามารถหาได้ตามอินเทอร์เน็ต ทั้งนี้ควรระวังการติดตามข่าวของผู้ปกครองที่อาจส่งผลต่อเด็ก แนะนำให้ปรับเป็นการรับสื่อที่หลากหลาย เพื่อให้เด็กเกิดความผ่อนคลาย

 

ข้อมูลโดย : คุณกีรติ อ้นมั่น นักกิจกรรมบำบัด คณะกายภาพบำบัด มหาวิทยาลัยมหิดล

A :

COVID-19 สามารถอยู่ในอุณหภูมิที่เย็นได้นานกว่าอุณหภูมิที่ร้อน ยิ่งบวกด้วยความชื้นก็จะทำให้อยู่ได้นานมากขึ้น ดังนั้นควรเลือกบริโภคน้ำแข็งจากโรงงานที่ได้มาตรฐาน มีบรรจุภัณฑ์ที่สะอาดและปลอดภัย ไม่ปนเปื้อนเชื้อโรคต่าง ๆ ก่อนถึงมือผู้บริโภค หากเลือกบริโภคจากร้านค้า ควรสังเกตว่าผู้ขายได้ปฏิบัติตามหลักสุขอนามัยหรือไม่ เพื่อความปลอดภัยและไม่เสี่ยงต่อ COVID-19

 

ข้อมูลโดย : พญ.พรรณพิมล วิปุลากร อธิบดีกรมอนามัย

มาตรการและการดำเนินการ
A :

สำหรับการเดินทางระหว่างจังหวัดหรือระหว่างเมือง ขณะนี้ยังมีการหยุดการเดินรถประจำทางเนื่องจากสถานการณ์ในต่างจังหวัดยังต้องมีการควบคุมการแพร่ระบาด ในการเข้าออกจุดต่าง ๆ ของพื้นที่จังหวัด ตามการพิจารณาของผู้ว่าราชการจังหวัดนั้น ๆ

 

สำหรับใน กทม. และเขตปริมณฑล มีการเพิ่มจำนวนเที่ยวการเดินทางของทั้งรถประจำทาง รถไฟฟ้า เรือ ให้มากกว่าช่วงที่ COVID-19 แพร่ระบาดอย่างรุนแรง ซึ่งจะค่อย ๆ กลับมาเป็นปกติ โดยที่ยังคงมาตรการเว้นระยะห่างทางสังคมของกระทรวงสาธารณสุขไว้เช่นเดิม

 

ข้อมูลโดย : คุณชัยวัฒน์ ทองคำคูณ ปลัดกระทรวงคมนาคม

A :

กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) ได้เห็นถึงความยากลำบากในสถานการณ์ COVID-19 ของกลุ่มเปราะบาง ได้แก่ กลุ่มเด็กยากจน กลุ่มคนพิการ กลุ่มคนไร้บ้าน กลุ่มคนไร้ที่พึ่ง นอกจากเบี้ยยังชีพ เงินอุดหนุน ที่ให้ตามปกติแล้ว หากอยู่ในพื้นที่ของ พม. ก็จะมีมาตรการคัดกรองและดูแลตามขั้นตอน

 

ทั้งนี้ พม. ได้มีมาตรการเพิ่มเติมสำหรับกลุ่มต่าง ๆ ดังนี้

1. กลุ่มเด็กยากจน

  • เงินอุดหนุนเด็กแรกเกิด (ได้ตามปกติ)
  • เพิ่มการสำรองนมสำหรับเด็ก ไว้ให้ที่บ้านพักเด็กและครอบครัว เพื่อช่วยเหลือเด็กอายุ 0 – 3 ปี
  • เปิดรับบริจาคจากผู้ต้องการช่วยเหลือ เช่น นมสำหรับเด็ก
  • ตั้งให้บ้านพักเด็กและครอบครัว เป็นศูนย์ให้คำปรึกษาสำหรับเด็กและเยาวชน
  • เปิดบ้านพักให้แก่เยาวชนที่มีผู้ติดเชื้อในครอบครัวและไม่มีที่พึ่ง

2. กลุ่มคนพิการ

  • เบี้ยยังชีพคนพิการ เดือนละ 800 บาท (ได้ตามปกติ)
  • เงินช่วยเหลือคนละ 1,000 บาท (รับภายใน พ.ค. 63 และจ่ายเพียงครั้งเดียวผ่านองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น) สำหรับผู้ที่มีบัตรคนพิการอยู่แล้ว
  • ในกรณีที่ผู้พิการมีฐานะยากจน กลุ่มคนพิการที่มีอายุไม่เกิน 18 ปี และมีสวัสดิการแห่งรัฐ ปรับเบี้ยยังชีพคนพิการ จากเดิมเดือนละ 800 บาท เป็นเดือนละ 1,000 บาท (รับตั้งแต่ 1 ต.ค. 63 เป็นต้นไป)
  • พักชำระหนี้กองทุนให้กู้ยืมคนพิการ เป็นเวลา 12 เดือน ตั้งแต่เดือน เม.ย. 63 – มี.ค. 64
  • จัดตั้งกองทุนให้กู้ยืมประกอบอาชีพ คนละ 10,000 บาท โดยไม่ต้องมีคนค้ำประกัน (เริ่ม มิ.ย. 63)
  • สอนอาชีพสำหรับคนพิการแบบออนไลน์

3. กลุ่มผู้สูงอายุ

  • พักชำระหนี้กองทุนกู้ยืมผู้สูงอายุ เป็นเวลา 12 เดือน ตั้งแต่เดือน เม.ย. 63 – มี.ค. 64
  • จัดที่พักสำหรับผู้สูงอายุจากสถานการณ์ COVID-19

4. กลุ่มคนไร้บ้านและกลุ่มคนไร้ที่พึ่ง

  • พม. ร่วมกับมูลนิธิต่าง ๆ จะเข้าไปดูแลคนกลุ่มนี้ เช่น แจกหน้ากากผ้า
  • พม. จัดหาที่พักและอาหาร 3 มื้อ พร้อมทั้งดูแลด้านสุขภาพ ภายใต้โครงการเราไม่ทิ้งกัน

สำหรับคนพิการหรือผู้ดูแลคนพิการ สามารถสอบถามข้อมูลหรือร้องทุกข์ได้ผ่านสายด่วนกรมการแพทย์ 1668 และสายด่วน 1300 ศูนย์ประชาบดี พม.

 

ข้อมูลโดย : คุณพัชรี อาระยะกุล รองปลัดและโฆษกกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์

A :

สถาบันป้องกันควบคุมโรคเขตเมือง หรือ สปคม. มีพื้นที่ดูแลทั้งหมด 210 เมือง (รวมพื้นที่ของ กทม. และพัทยา) ซึ่งหลังจากที่มีจำนวนผู้ติดเชื้อในระดับต่ำลง ทำให้มีการปรับยุทธศาสตร์การทำงานใหม่ โดยจะทำการหยุดเชื้อที่จะเข้ามาจากต่างประเทศ ด้วยวิธี State Quarantine คือการกักกันโรคในศูนย์ควบคุมโรคที่หน่วยงานของรัฐจัดตั้งขึ้น ทั้งนี้ผู้ที่เดินทางกลับมาจากต่างประเทศจะถูกกักตัวที่โรงแรม เพื่อเฝ้าระวังอาการเป็นระยะเวลา 14 วัน

 

ข้อมูลโดย : นพ.เอนก มุ่งอ้อมกลาง ผู้อำนวยการสถาบันป้องกันควบคุมโรคเขตเมือง

A :

ทั้ง 7 หน่วยงานที่สามารถยื่นขอขึ้นทะเบียนเกษตรกร เช่น กรมส่งเสริมการเกษตร กรมปศุสัตว์ กรมประมง กรมหม่อนไหม การยางแห่งประเทศไทย สำนักงานอ้อยและน้ำตาล โรงงานยาสูบ จะมีการใช้เอกสารที่แตกต่างกัน

 

ในส่วนของกรมส่งเสริมการเกษตร เอกสารที่ต้องใช้ประกอบการขึ้นทะเบียน มีดังนี้

  1. แบบฟอร์ม ทบก.01 แบบคําร้องทะเบียนเกษตรกรฯ
  2. บัตรประชาชน
  3. ทะเบียนบ้าน
  4. เอกสารยืนยันพื้นที่ทำการเกษตร มีผู้นำหมู่บ้านรับรองเอกสาร

 

ซึ่งไม่จำเป็นต้องมายื่นเอกสารทั้งหมดที่เกษตรอำเภอ สามารถยื่นที่ผู้นำหมู่บ้านหรือเกษตรอาสาของหมู่บ้าน เพื่อรวบรวมข้อมูลส่งไปที่สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร เพื่อเข้ากลุ่มเกษตรกรกลุ่มที่สองและพิจารณามาตรการเยียวยาต่อไป

 

ข้อมูลโดย : คุณอนันต์ สุวรรณรัตน์ ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์

A :

ข้อมูลชุดแรกที่ทางกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้พิจารณากลุ่มเกษตรกรที่ขึ้นทะเบียนกับหน่วยงานต่าง ๆ นั้น เป็นข้อมูลปี 62 / 63 ที่ได้ปรับปรุงให้เป็นปัจจุบันและผ่านการตรวจสอบแล้ว หากเกษตรกรรายใดยังไม่ได้ทำการติดต่อเพื่อปรับปรุงข้อมูล หรือเกษตรกรรายใดที่ยังไม่เคยทำการขึ้นทะเบียน จะถูกแบ่งให้อยู่ในกลุ่มเกษตรกรกลุ่มที่สอง ซึ่งสามารถยื่นปรับปรุงข้อมูลได้ตั้งแต่วันที่ 1 – 15 พ.ค. 63

 

ข้อมูลโดย : คุณอนันต์ สุวรรณรัตน์ ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์

Quick View

Quick View

Home Page

5 ศัพท์ฮิตภาษามือยุค COVID-19 Vol.5

Home Page

เราควรให้กำลังใจผู้ป่วยโควิด-19-อย่างไร

Home Page

เครียดถูกลดเงินเดือน ควรจัดการความคิดอย่างไร

Home Page

ความสำคัญภาคเกษตรกรรมในสถานการณ์โควิด-19

Home Page

แล้วแต่หยิบ แล้วแต่หยอด ผลไม้กระจายบุญ

Home Page

ช่างภาพอาสาถ่ายอาหาร ฝ่า COVID-19

Home Page

นักรบชุดขาวแถวหน้าสู้โควิด-19

Home Page

กักตัวอยู่บ้าน ทำอะไรกันบ้าง ไม่ให้เบื่อ?

Home Page

กระต่ายอีสเตอร์ เซอร์ไพรส์เด็ก ๆ

Home Page

คุณยาย 104 ปี หายป่วยโควิด-19 ด้วยหัวใจสู้และศรัทธา

Home Page

เปิดเวที “บัลเลต์ในครัว”

Home Page

คุณอาจติดเชื้อโรคได้ แม้จะใส่ถุงมือ

Fake News

Fake News

C-Site Reporter

C-Site Reporter

แผนที่รวมหมุด #จุดแบ่งปันหน้ากากอนามัย และกิจกรรมประชาชนร่วมสู้ภัย COVID-19

Partners

Partners

Previous Next
Close
Test Caption
Test Description goes like this