| 10 อันดับประเทศผู้ติดเชื้อ (COVID-19) สูงสุด | ||||
|---|---|---|---|---|
| อันดับ | ประเทศ | ผู้ติดเชื้อสะสม | เสียชีวิต | รักษาหาย |
|
|
1,417,774
(+ 27,368)
|
85,898 | 246,414 | |
|
|
252,245
(+ 9,974)
|
2,305 | 53,530 | |
|
|
234,440
(+ 3,455)
|
33,693 | 1,043 | |
|
|
229,540
(+ 849)
|
27,321 | 143,374 | |
|
|
223,096
(+ 992)
|
31,368 | 115,288 | |
|
|
203,165
(+ 13,028)
|
13,999 | 79,479 | |
|
|
178,994
(+ 810)
|
27,428 | 59,719 | |
|
|
174,478
(+ 380)
|
7,884 | 150,300 | |
|
|
144,749
(+ 1,635)
|
4,007 | 104,030 | |
|
|
114,533
(+ 1,808)
|
6,854 | 90,539 | |
Live Blog
Live Blog
ทอ.เชียงใหม่เข้มคัดกรองเข้า-ออก หลังพบผู้ติดเชื้อจากนอกพื้นที่
ราชกิจจาฯ เผยแพร่ ข้อกำหนดผ่อนคลายกิจกรรม/กิจการระยะ 2
สธ.ถอด "เกาหลีใต้-จีน-ฮ่องกง-มาเก๊า" พ้นเขตติดต่อ COVID-19
ศปม.กำชับทุกหน่วยนับถอยหลังรับมือผ่อนปรนระยะที่ 2
ภาพที่ไม่เคยเห็น! โซเชียลชวนส่งคำขอบคุณ "ฮีโรชุดขาว"
3 ฉากทัศน์คาดการณ์ผู้ป่วย COVID-19 เพิ่มช่วงก.ย.หลังผ่อนปรน
Timeline
Timeline
-
15 พฤษภาคม 2563
ศบค. มีมติคลายล็อกดาวน์ระยะ 2 ให้เปิดห้าง 10.00 – 20.00 น. และขยับเวลาเคอร์ฟิวจาก 22.00 – 04.00 น. เป็น 23.00 – 04.00 น. เริ่ม 17 พ.ค. 63
-
15 พฤษภาคม 2563
ศบค. แถลงไทยพบผู้ติดเชื้อใหม่ 7 คน รวมผู้ติดเชื้อสะสม 3,025 คน ไม่มีผู้เสียชีวิต รวมผู้เสียชีวิตสะสม 56 คน รักษาหาย 4 คน รวมรักษาหายสะสม 2,854 คน
-
15 พฤษภาคม 2563
ผู้เสียชีวิตจาก COVID-19 ทั่วโลก มากกว่า 300,000 คน โดยสหรัฐมีผู้เสียชีวิตมากที่สุดมากกว่า 85,000 คน
-
14 พฤษภาคม 2563
ญี่ปุ่น ประกาศยกเลิกภาวะฉุกเฉิน 39 จังหวัด ยกเว้นโตเกียวและโอซากา ขอความร่วมมือประชาชนในจังหวัดที่ยกเลิกประกาศ ให้ระวังป้องกันตนเองจาก COVID-19
LIVE แถลงสถานการณ์
สธ.แถลงสถานการณ์โควิด-19 (15 พ.ค. 63)
สถานการณ์โควิด-19 ส่งผลต่อการแพทย์ใน 3 ด้าน
- อัตราการติดเชื้อ/เสียชีวิต มีสูง
- ทรัพยากรไม่เพียงพอต่อการให้บริการประชาชน
- ผู้ป่วยที่ไม่ได้ติดโควิด-19 ถูกลด เลื่อน ปรับบริการ
- นำไปสู่การเปลี่ยนการแพทย์เป็นวิถีใหม่ โดย สธ. จะเน้นดำเนินการใน 3 เรื่อง คือ ความปลอดภัย, ลดความแออัด และลดความเหลื่อมล้ำ
- หนึ่งในเป้าหมายการดำเนินงาน "การแพทย์วิถีใหม่" คือ โดยเป้าหมายระยะสั้น คือ สร้างความปลอดภัยให้แก่ผู้ป่วยและเจ้าหน้าที่ โดยออกหลักดำเนินการใหม่ เช่น ผ่าตัดวิถีใหม่, ฉุกเฉินวิถีใหม่ แล้ว
- กราบขออภัยพี่น้องประชาชนที่จะยังไม่ได้เข้า รพ. หากมาก่อนเวลานัด เพราะเราต้องการสร้างการเว้นระยะห่างทางสังคม
- ลดความเหลื่อมล้ำในการรักษา โดยพยายามส่งไปแพทย์ไปช่วยผู้ป่วยบางกลุ่ม เช่น ผู้ป่วยติดเตียง รวมถึงมีพบแพทย์ผ่านทางระยะไกล
บริการล่ามภาษามือ แถลงสถานการณ์ COVID-19
Infographic
Infographic
ถาม-ตอบ COVID-19
ถาม-ตอบ COVID-19
ยังคงมีความจำเป็น เพียงแต่ต้องปรับแนวทางใหม่ จากการลงพื้นที่แบบปูพรม เป็นการเลือกการค้นหา ทั้งในพื้นที่เสี่ยงที่มีผู้คนมารวมกลุ่มกันเป็นจำนวนมาก และในส่วนของประชากรกลุ่มเสี่ยงต่าง ๆ เช่น กลุ่มประชาชนในชุมชนแออัด กลุ่มแรงงานต่างด้าว กลุ่มอาชีพที่มีความเสี่ยงในการพบปะผู้คนจำนวนมาก
ทั้งนี้กรมควบคุมโรคได้เตรียมการสำหรับ COVID-19 ระยะต่อ ๆ ไป โดยการเฝ้าระวังพื้นที่เสี่ยงและกลุ่มผู้ป่วยที่ไม่แสดงอาการ เพื่อประเมินสถานการณ์ต่อไป
ข้อมูลโดย : นพ. สุวรรณชัย วัฒนายิ่งเจริญชัย อธิบดีกรมควบคุมโรค
นักสืบโรคระบาด จะมีการทำงานเป็นทีม ประกอบด้วยสหวิชาชีพ ทั้งแพทย์ พยาบาลที่ปฏิบัติงานในโรงพยาบาล โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล (รพ.สต.) พยาบาลในชุมชน นักเทคนิคการแพทย์ นักวิชาการสาธารณสุข อาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.)
ที่มาของคำว่า “นักสืบโรคระบาด” เนื่องมาจากขบวนการในการค้นหาผู้ป่วยของบุคลากรทางการแพทย์เหล่านี้ ซึ่งเมื่อพบผู้ป่วยได้รวดเร็ว ก็สามารถทำการรักษาและลดการแพร่ระบาดได้อย่างรวดเร็วเช่นกัน
ข้อมูลโดย : นพ. สุวรรณชัย วัฒนายิ่งเจริญชัย อธิบดีกรมควบคุมโรค
ตามปกติแล้วทุก ๆ เชื้อสามารถไปกระตุ้นให้เกิดอาการอักเสบในร่างกาย ซึ่งทำให้ดูคล้ายกับเป็นอาการของโรคคาวาซากิ ที่จะมีการอักเสบทั่วร่างกายทุกหลอดเลือดได้ ผู้ป่วยเด็กในยุโรปหรืออเมริกา โดยส่วนใหญ่จะเป็นเด็กผิวสี ทำให้มีการสันนิษฐานว่าสาเหตุของโรคอาจมาจากพันธุกรรม การอาศัยในพื้นที่แออัด หรืออาจเป็นการเข้าถึงการรักษาได้ไม่สะดวกในช่วงเวลาที่มีการแพร่ระบาดของ COVID-19 ซึ่งทำให้ได้รับการรักษาไม่ทันการณ์
ทั้งนี้ภาวะอักเสบมากผิดปกติ (Hyper-inflammatory Syndrome) จะไม่พบบ่อย การเกิดขึ้นของภาวะนี้อาจมีความเกี่ยวข้องกับเรื่องของพันธุกรรมมากกว่าเกิดจากโรคระบาด
ข้อมูลโดย : รศ. พญ. วารุณี พรรณพานิช วานเดอพิทท์ กุมารแพทย์-โรคติดเชื้อ สถาบันสุขภาพเด็กแห่งชาติมหาราชินี
บางประเทศอาจมีความจำเป็นจะต้องแบ่งกลุ่มคน เพื่อบริหารจัดการประเทศในสถานการณ์ COVID-19 ที่ยังคงดำเนินอยู่
จากรายงานพบว่าผู้ป่วย COVID-19 ที่มีการติดเชื้อซ้ำหลังจากรักษาหายแล้ว คิดเป็น 5 – 15% เท่านั้น ทำให้มีประชาชนที่ไม่ติดเชื้ออยู่ถึง 85 – 95% ดังนั้นผู้ที่หายจาก COVID-19 แล้ว ถือว่าเป็นผู้ที่มีภูมิคุ้มกันจาก COVID-19 ซึ่งในต่างประเทศจะมีการออกใบรับรองที่เรียกว่า Immunity Passports หรือ บัตรผ่านภูมิคุ้มกัน ให้กับคนกลุ่มนี้ เพื่อให้สามารถเป็นผู้ช่วยในสถานการณ์ COVID-19 เช่น งานที่ต้องอยู่กับคนหมู่มาก งานที่ต้องทำกับกลุ่มเสี่ยงหรือกลุ่มเปราะบาง ทั้งนี้ระยะเวลาของภูมิคุ้มกันจะแตกต่างกันไปตามร่างกายของแต่ละบุคคล จึงต้องมีการตรวจติดตามอาการเป็นระยะ
ข้อมูลโดย : ศ. พญ. จิรพร เหล่าธรรมทัศน์ รองอธิการบดีวิทยาลัยวิทยาศาสตร์การแพทย์เจ้าฟ้าจุฬาภรณ์
เนื่องจากภาคใต้มีเขตแดนติดกับประเทศมาเลเซีย ซึ่งมีประชาชนข้ามเขตชายแดนไปทำงานที่ประเทศมาเลเซียในจำนวนมาก การเดินทางของประชาชนนี้อาจทำให้มีการแพร่กระจายของโรค อาจแบ่งเป็นกลุ่มได้ ดังนี้
- กลุ่มการค้าขาย
- กลุ่มการมีพิธีกรรมทางศาสนาร่วมกัน ทั้งในประเทศมาเลเซียและประเทศไทย
- กลุ่มประชาชนที่เข้าประเทศอย่างผิดกฎหมาย ซึ่งอยู่ในพื้นที่กักตัว
ข้อมูลโดย : ศ.นพ.วีระศักดิ์ จงสู่วิวัฒน์วงศ์ ผู้ก่อตั้งหน่วยระบาดวิทยา คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์
สามารถทำได้หลายวิธี ทั้งการฝึกฝนตัวเองและการออกกำลังกาย แบ่งออกเป็น
- การฝึกการหายใจ มีหลายวิธี แต่วิธีที่เหมาะสมกับโรคเกี่ยวกับปอด จะเป็นการหายใจโดยเน้นกระบังลม มีขั้นตอนดังนี้
– อยู่ในท่านั่ง
– นำมือข้างหนึ่งวางบนทรวงอก อีกข้างหนึ่งวางที่ใต้ลิ้นปี่
– หายใจเข้าผ่านทางจมูกให้ท้องป่อง ให้รู้สึกว่ามือข้างที่วางอยู่ใต้ลิ้นปี่มีการขยับออก
– หายใจออกช้า ๆ โดยการเป่าลมออกทางปาก - การฝึกไอ ในช่วงที่มีเสมหะเยอะ
– หายใจเข้าลึก ๆ ให้อากาศเข้าไปในปอด
– กลั้นหายใจประมาณ 1 – 2 วินาที
– ไอแรง ๆ โดยใช้แรงดันในช่องท้องเป็นแรงขับ - การออกกำลังกายในลักษณะแอโรบิก เพื่อช่วยเสริมสร้างกล้ามเนื้อและหลอดเลือดส่วนปลาย
ข้อมูลโดย : พญ.จิรภา แจ่มไพบูลย์ ภาควิชาเวชศาสตร์ฟื้นฟู คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
แนะนำเป็นการสื่อสารเชิงบวก ในลักษณะของการให้ความสำคัญกับสิ่งที่ลูกต้องการจะสื่อสาร หลังจากนั้นให้ผู้ปกครองอธิบายตามตรงว่าตอนนี้ต้องการเวลาทำงานในช่วงเวลาหนึ่ง ในระหว่างนี้ต้องการให้ลูกทำสิ่งที่ผู้ปกครองมอบหมายไปให้เสร็จเรียบร้อย แล้วค่อยมาเล่นกัน แบบนี้ก็จะเป็นวิธีที่ดีสำหรับทุกฝ่าย
ข้อมูลโดย : คุณกีรติ อ้นมั่น นักกิจกรรมบำบัด คณะกายภาพบำบัด มหาวิทยาลัยมหิดล
แนะนำให้แบ่งเป็น 2 ส่วน
- กิจวัตรประจำวัน
– ควรจำลองให้คล้ายกับรูปแบบชีวิตตามปกติที่เคยทำมา - กิจกรรมเสริมอื่น ๆ
– การเล่น การเคลื่อนไหว
– การทบทวนบทเรียน
– กิจกรรมร่วมกันภายในบ้าน เช่น ทำงานบ้านร่วมกันกับพ่อแม่
ข้อมูลโดย : คุณกีรติ อ้นมั่น นักกิจกรรมบำบัด คณะกายภาพบำบัด มหาวิทยาลัยมหิดล
เด็กในช่วงวัยอนุบาลถึงวัยประถม อาจจะยังไม่เข้าใจสถานการณ์เท่ากับเด็กวัยอื่น แนะนำผู้ปกครองทำความเข้าใจด้วยการพูดคุยกันในครอบครัวก่อน ประกอบกับการเล่านิทานหรือการใช้สื่อการสอนสำหรับเด็กที่สามารถหาได้ตามอินเทอร์เน็ต ทั้งนี้ควรระวังการติดตามข่าวของผู้ปกครองที่อาจส่งผลต่อเด็ก แนะนำให้ปรับเป็นการรับสื่อที่หลากหลาย เพื่อให้เด็กเกิดความผ่อนคลาย
ข้อมูลโดย : คุณกีรติ อ้นมั่น นักกิจกรรมบำบัด คณะกายภาพบำบัด มหาวิทยาลัยมหิดล
COVID-19 สามารถอยู่ในอุณหภูมิที่เย็นได้นานกว่าอุณหภูมิที่ร้อน ยิ่งบวกด้วยความชื้นก็จะทำให้อยู่ได้นานมากขึ้น ดังนั้นควรเลือกบริโภคน้ำแข็งจากโรงงานที่ได้มาตรฐาน มีบรรจุภัณฑ์ที่สะอาดและปลอดภัย ไม่ปนเปื้อนเชื้อโรคต่าง ๆ ก่อนถึงมือผู้บริโภค หากเลือกบริโภคจากร้านค้า ควรสังเกตว่าผู้ขายได้ปฏิบัติตามหลักสุขอนามัยหรือไม่ เพื่อความปลอดภัยและไม่เสี่ยงต่อ COVID-19
ข้อมูลโดย : พญ.พรรณพิมล วิปุลากร อธิบดีกรมอนามัย
สำหรับการเดินทางระหว่างจังหวัดหรือระหว่างเมือง ขณะนี้ยังมีการหยุดการเดินรถประจำทางเนื่องจากสถานการณ์ในต่างจังหวัดยังต้องมีการควบคุมการแพร่ระบาด ในการเข้าออกจุดต่าง ๆ ของพื้นที่จังหวัด ตามการพิจารณาของผู้ว่าราชการจังหวัดนั้น ๆ
สำหรับใน กทม. และเขตปริมณฑล มีการเพิ่มจำนวนเที่ยวการเดินทางของทั้งรถประจำทาง รถไฟฟ้า เรือ ให้มากกว่าช่วงที่ COVID-19 แพร่ระบาดอย่างรุนแรง ซึ่งจะค่อย ๆ กลับมาเป็นปกติ โดยที่ยังคงมาตรการเว้นระยะห่างทางสังคมของกระทรวงสาธารณสุขไว้เช่นเดิม
ข้อมูลโดย : คุณชัยวัฒน์ ทองคำคูณ ปลัดกระทรวงคมนาคม
กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) ได้เห็นถึงความยากลำบากในสถานการณ์ COVID-19 ของกลุ่มเปราะบาง ได้แก่ กลุ่มเด็กยากจน กลุ่มคนพิการ กลุ่มคนไร้บ้าน กลุ่มคนไร้ที่พึ่ง นอกจากเบี้ยยังชีพ เงินอุดหนุน ที่ให้ตามปกติแล้ว หากอยู่ในพื้นที่ของ พม. ก็จะมีมาตรการคัดกรองและดูแลตามขั้นตอน
ทั้งนี้ พม. ได้มีมาตรการเพิ่มเติมสำหรับกลุ่มต่าง ๆ ดังนี้
1. กลุ่มเด็กยากจน
- เงินอุดหนุนเด็กแรกเกิด (ได้ตามปกติ)
- เพิ่มการสำรองนมสำหรับเด็ก ไว้ให้ที่บ้านพักเด็กและครอบครัว เพื่อช่วยเหลือเด็กอายุ 0 – 3 ปี
- เปิดรับบริจาคจากผู้ต้องการช่วยเหลือ เช่น นมสำหรับเด็ก
- ตั้งให้บ้านพักเด็กและครอบครัว เป็นศูนย์ให้คำปรึกษาสำหรับเด็กและเยาวชน
- เปิดบ้านพักให้แก่เยาวชนที่มีผู้ติดเชื้อในครอบครัวและไม่มีที่พึ่ง
2. กลุ่มคนพิการ
- เบี้ยยังชีพคนพิการ เดือนละ 800 บาท (ได้ตามปกติ)
- เงินช่วยเหลือคนละ 1,000 บาท (รับภายใน พ.ค. 63 และจ่ายเพียงครั้งเดียวผ่านองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น) สำหรับผู้ที่มีบัตรคนพิการอยู่แล้ว
- ในกรณีที่ผู้พิการมีฐานะยากจน กลุ่มคนพิการที่มีอายุไม่เกิน 18 ปี และมีสวัสดิการแห่งรัฐ ปรับเบี้ยยังชีพคนพิการ จากเดิมเดือนละ 800 บาท เป็นเดือนละ 1,000 บาท (รับตั้งแต่ 1 ต.ค. 63 เป็นต้นไป)
- พักชำระหนี้กองทุนให้กู้ยืมคนพิการ เป็นเวลา 12 เดือน ตั้งแต่เดือน เม.ย. 63 – มี.ค. 64
- จัดตั้งกองทุนให้กู้ยืมประกอบอาชีพ คนละ 10,000 บาท โดยไม่ต้องมีคนค้ำประกัน (เริ่ม มิ.ย. 63)
- สอนอาชีพสำหรับคนพิการแบบออนไลน์
3. กลุ่มผู้สูงอายุ
- พักชำระหนี้กองทุนกู้ยืมผู้สูงอายุ เป็นเวลา 12 เดือน ตั้งแต่เดือน เม.ย. 63 – มี.ค. 64
- จัดที่พักสำหรับผู้สูงอายุจากสถานการณ์ COVID-19
4. กลุ่มคนไร้บ้านและกลุ่มคนไร้ที่พึ่ง
- พม. ร่วมกับมูลนิธิต่าง ๆ จะเข้าไปดูแลคนกลุ่มนี้ เช่น แจกหน้ากากผ้า
- พม. จัดหาที่พักและอาหาร 3 มื้อ พร้อมทั้งดูแลด้านสุขภาพ ภายใต้โครงการเราไม่ทิ้งกัน
สำหรับคนพิการหรือผู้ดูแลคนพิการ สามารถสอบถามข้อมูลหรือร้องทุกข์ได้ผ่านสายด่วนกรมการแพทย์ 1668 และสายด่วน 1300 ศูนย์ประชาบดี พม.
ข้อมูลโดย : คุณพัชรี อาระยะกุล รองปลัดและโฆษกกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์
สถาบันป้องกันควบคุมโรคเขตเมือง หรือ สปคม. มีพื้นที่ดูแลทั้งหมด 210 เมือง (รวมพื้นที่ของ กทม. และพัทยา) ซึ่งหลังจากที่มีจำนวนผู้ติดเชื้อในระดับต่ำลง ทำให้มีการปรับยุทธศาสตร์การทำงานใหม่ โดยจะทำการหยุดเชื้อที่จะเข้ามาจากต่างประเทศ ด้วยวิธี State Quarantine คือการกักกันโรคในศูนย์ควบคุมโรคที่หน่วยงานของรัฐจัดตั้งขึ้น ทั้งนี้ผู้ที่เดินทางกลับมาจากต่างประเทศจะถูกกักตัวที่โรงแรม เพื่อเฝ้าระวังอาการเป็นระยะเวลา 14 วัน
ข้อมูลโดย : นพ.เอนก มุ่งอ้อมกลาง ผู้อำนวยการสถาบันป้องกันควบคุมโรคเขตเมือง
ทั้ง 7 หน่วยงานที่สามารถยื่นขอขึ้นทะเบียนเกษตรกร เช่น กรมส่งเสริมการเกษตร กรมปศุสัตว์ กรมประมง กรมหม่อนไหม การยางแห่งประเทศไทย สำนักงานอ้อยและน้ำตาล โรงงานยาสูบ จะมีการใช้เอกสารที่แตกต่างกัน
ในส่วนของกรมส่งเสริมการเกษตร เอกสารที่ต้องใช้ประกอบการขึ้นทะเบียน มีดังนี้
- แบบฟอร์ม ทบก.01 แบบคําร้องทะเบียนเกษตรกรฯ
- บัตรประชาชน
- ทะเบียนบ้าน
- เอกสารยืนยันพื้นที่ทำการเกษตร มีผู้นำหมู่บ้านรับรองเอกสาร
ซึ่งไม่จำเป็นต้องมายื่นเอกสารทั้งหมดที่เกษตรอำเภอ สามารถยื่นที่ผู้นำหมู่บ้านหรือเกษตรอาสาของหมู่บ้าน เพื่อรวบรวมข้อมูลส่งไปที่สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร เพื่อเข้ากลุ่มเกษตรกรกลุ่มที่สองและพิจารณามาตรการเยียวยาต่อไป
ข้อมูลโดย : คุณอนันต์ สุวรรณรัตน์ ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์
ข้อมูลชุดแรกที่ทางกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้พิจารณากลุ่มเกษตรกรที่ขึ้นทะเบียนกับหน่วยงานต่าง ๆ นั้น เป็นข้อมูลปี 62 / 63 ที่ได้ปรับปรุงให้เป็นปัจจุบันและผ่านการตรวจสอบแล้ว หากเกษตรกรรายใดยังไม่ได้ทำการติดต่อเพื่อปรับปรุงข้อมูล หรือเกษตรกรรายใดที่ยังไม่เคยทำการขึ้นทะเบียน จะถูกแบ่งให้อยู่ในกลุ่มเกษตรกรกลุ่มที่สอง ซึ่งสามารถยื่นปรับปรุงข้อมูลได้ตั้งแต่วันที่ 1 – 15 พ.ค. 63
ข้อมูลโดย : คุณอนันต์ สุวรรณรัตน์ ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์






