ความรู้ทั่วไป
A :

ปกติไวรัสต้องอยู่ในเซลล์ร่างกายของคนหรือสัตว์ แต่หากอยู่ในสภาพแวดล้อมนอกร่างกายคนมันจะบอบบางและอ่อนแอลง รวมถึงไวรัส COVID-19

  • หากอยู่ในอากาศ เป็นน้ำมูก เสมหะ น้ำลาย น้ำตา อยู่ได้ 5 นาที
  • หากอยู่บนพื้น โต๊ะ ลูกบิดประตู อยู่ได้ 7 – 8 ชั่วโมง
  • หากอยู่ในผ้า หรือทิชชู่ อยู่ได้ 8 – 12 ชั่วโมง
  • หากอยู่บนโต๊ะพื้นเรียบ อยู่ได้ 24 – 48 ชั่วโมง
  • หากอยู่ในน้ำ อยู่ได้ 4 วัน
  • หากอยู่ในตู้เย็นหรือที่อุณหภูมิต่ำกว่า 4 องศาเซลเซียส อาจอยู่ได้ถึง 1 เดือน

ข้อมูลจาก : กองระบาดวิทยา กรมควบคุมโรค https://www.facebook.com/BureauofEpidemiology/posts/2702370343192366

A :

การตรวจหาเชื้อ COVID-19 มีอยู่ 2 วิธี คือ

  1. การตรวจหาเชื้อในทางเดินหายใจ (PCR) ซึ่งจะเก็บตัวอย่างส่งตรวจจากการป้ายเยื่อบุในคอ หรือ ป้ายเนื้อเยื่อหลังโพรงจมูก หากเชื้อลงไปในปอด ก็จะต้องนำเสมหะที่อยู่ในปอดออกมาตรวจ
  2. การตรวจจากการเจาะเลือด(Rapid test) แต่ COVID-19 เลือดไม่ใช่เป็นจุดที่มีเชื้อเป็นหลัก ดังนั้นการตรวจเลือดกรณีโรคนี้ไม่ได้เป็นการหาเชื้อ แต่เป็นการหาภูมิคุ้มกัน ซึ่งจะต้องตรวจเมื่อมีภูมิคุ้มกันเกิดขึ้นแล้ว

ข้อมูลจาก : https://www.thaigov.go.th/news/contents/details/27620

A :

ผู้สูงวัย รวมถึงวัยเด็ก มีระบบภูมิคุ้มกันน้อยกว่าวัยอื่น ๆ จึงเสี่ยงต่อการติดเชื้อโควิด-19 ได้ง่าย

 

ข้อมูลจาก : รายการวันใหม่วาไรตี้ 27 มี.ค. 63

A :

การแสดงอาการของโรคตามหลักทางระบาดวิทยา จะขึ้นอยู่กับ 2 ส่วน คือ ส่วนของปริมาณของเชื้อที่ได้รับ และส่วนของภูมิต้านทานในร่างกาย ทั้งนี้หากร่างกายแข็งแรง อาจจะแสดงอาการน้อย หากเป็นกลุ่มเสี่ยงหรือผู้มีภูมิต้านทานต่ำ ก็อาจแสดงอาการของโรคได้มากกว่า

 

ข้อมูลโดย : นพ.ศุภกิจ ศิริลักษณ์ รองปลัดกระทรวงสาธารณสุข

A :

ปกติประมาณ 2 – 4 สัปดาห์ กว่าที่ภูมิคุ้มกันจะเริ่มมีมากขึ้นหลังจากรับวัคซีน และจะมีประสิทธิภาพน้อยกว่ากลุ่มคนวัยอื่น ซึ่ง COVID-19 เป็นโรคเกิดใหม่ จึงยังไม่มีงานวิจัยที่จะมายืนยันข้อมูลนี้

 

ข้อมูลโดย : พญ.อรพิชญา ไกรฤทธิ์ หัวหน้าสาขาวิชาอายุรศาสตร์ผู้สูงอายุ คณะแพทยศาสตร์ โรงพยาบาลรามาธิบดี

A :

Test kit หรือ ชุดตรวจ COVID-19 ที่ปลอดภัยต้องได้รับการรับรองโดยสํานักงานคณะกรรมการอาหารและยา กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ประชาชนควรตรวจสอบความน่าเชื่อถือก่อนซื้อ ไม่ว่าจะขายทาง Internet หรือที่อื่นๆ

Test kit หรือ ชุดตรวจ COVID-19 มี 2 แบบ

  • Antigen คือ การตรวจเชื้อโรค ควรตรวจภายในระยะเวลา 5 วัน หลังจากรับเชื้อ
  • Antibody คือ การตรวจภูมิคุ้มกันของร่างกาย ควรตรวจภายในระยะเวลา 10 วัน หลังจากรับเชื้อ

ข้อมูลโดย : นพ.ศุภกิจ ศิริลักษณ์ รองปลัดกระทรวงสาธารณสุข

A :

โรคทางจิตเวชทุกประเภทไม่ได้มาจากสาเหตุเดียว ดังนั้นความเครียดจาก COVID-19 เพียงอย่างเดียวอาจจะไม่ได้ทำให้เกิดความเสี่ยงในการเป็นโรคซึมเศร้าได้ แต่หากเป็นโรคจิตเวชอื่นๆ อยู่แล้ว COVID-19 อาจเป็นตัวกระตุ้นได้ ควรดูแลตัวเอง มีวิธีระบายความเครียดที่ถูกต้อง มีวิธีการแก้ปัญหา พูดคุยแลกเปลี่ยนกับคนรอบข้าง ก็จะทำให้ความเครียดผ่อนคลายลงได้

 

ข้อมูลโดย : นพ.วรตม์ โชติพิทยสุนนท์ โฆษกกรมสุขภาพจิต

A :

Social Distancing คือการสร้างระยะห่าง เพื่อความปลอดภัยและลดความเสี่ยงต่อ COVID-19 ซึ่งแบ่งได้เป็น 2 ระดับ คือ

  1. ระยะห่างทางสังคม = ไม่ไปกิจกรรมทางสังคม ไม่พบปะผู้คนในพื้นที่แออัด ทำงานที่บ้าน (work from home)
  2. ระยะห่างส่วนบุคคล = เว้นระยะห่างกับผู้อื่น 1 – 2 เมตร

ข้อมูลโดย : นพ.วรตม์ โชติพิทยสุนนท์ โฆษกกรมสุขภาพจิต

A :

ข้อมูลทางวิทยาศาสตร์บอกว่าไม่มีผลด้านการป้องกัน แต่สามารถใช้เพื่อการรักษาได้ ซึ่งจีนได้ทดลองพบว่ากลุ่มที่ใช้ยาต้านและกลุ่มที่ไม่ใช้ยาต้าน มีผลที่ไม่แตกต่างกัน

 

ข้อมูลโดย : ดร.อนันต์ จงแก้ววัฒนา ผู้เชี่ยวชาญด้านไวรัสวิทยา ไบโอเทค สวทช.

A :

สบู่ ผงซักฟอก ยาสระผม สารที่มีผง แอลกอฮออล์

 

ข้อมูลโดย : ดร.อนันต์ จงแก้ววัฒนา ผู้เชี่ยวชาญด้านไวรัสวิทยา ไบโอเทค สวทช.

A :

ขึ้นอยู่กับสารฆ่าเชื้อชนิดนั้นๆ เนื่องจากมีกลไกการฆ่าเชื้อที่ไม่เหมือนกัน

 

ข้อมูลโดย : ดร.อนันต์ จงแก้ววัฒนา ผู้เชี่ยวชาญด้านไวรัสวิทยา ไบโอเทค สวทช.

A :

เชื้อไวรัสมีอายุน้อยที่สุด เพราะมีโครงสร้างทางชีวภาพไม่ซับซ้อน

 

ข้อมูลโดย : ดร.อนันต์ จงแก้ววัฒนา ผู้เชี่ยวชาญด้านไวรัสวิทยา ไบโอเทค สวทช.

A :

มีวารสารจากประเทศจีนที่สรุปว่าคนติด COVID-19 มากที่สุดเป็นคนที่มีเลือดกรุ๊ปเอ แต่หากมองในหลักวิทยาศาสตร์ไวรัสจะติดจากเซลล์ที่มีในปอด ไม่ใช่ติดจากเลือด

 

ข้อมูลโดย : ดร.อนันต์ จงแก้ววัฒนา ผู้เชี่ยวชาญด้านไวรัสวิทยา ไบโอเทค สวทช.

A :

เป็นไปได้น้อย มีข้อมูลที่ชัดเจนของ CDC (Centers for Disease Control หน่วยงานป้องกันโรคติดต่อในสหรัฐอเมริกา) ว่าไวรัสไม่สามารถอยู่ได้ในสภาวะแวดล้อมปกติ

 

ข้อมูลโดย : ดร.อนันต์ จงแก้ววัฒนา ผู้เชี่ยวชาญด้านไวรัสวิทยา ไบโอเทค สวทช.

A :

ประมาณ 1 – 7 วัน หลังจากได้รับเชื้อ COVID-19 ร่างกายจะสร้างภูมิต้านทานขึ้นมาต่อต้านเชื้อโรค ทำให้เชื้อไม่สามารถแพร่กระจายไปสู่ผู้อื่นได้

 

ข้อมูลโดย : ดร.อนันต์ จงแก้ววัฒนา ผู้เชี่ยวชาญด้านไวรัสวิทยา ไบโอเทค สวทช.

A :

ปัจจุบันยังไม่มียารักษา COVID-19 เพียงแต่ให้ยารักษาตามอาการ เช่น พาราเซตามอล ยาแก้ไข แล้วรอให้ภูมิคุ้มกันของร่างกายผู้ป่วยทำงาน ทั้งนี้การหายจากโรคจะขึ้นอยู่กับปัจจัยของร่างกายผู้ป่วย

 

ข้อมูลโดย : ดร.อนันต์ จงแก้ววัฒนา ผู้เชี่ยวชาญด้านไวรัสวิทยา ไบโอเทค สวทช.

A :

เราไม่สามารถสร้างพันธุกรรมขึ้นมาใหม่ได้ เนื่องจากการปฏิบัติการในห้องแล็บต้องรู้โครงสร้างทั้งหมดของเชื้อก่อนที่จะเลียนแบบเชื้อเพื่อทำการวิจัย เพราะฉะนั้น COVID-19 ไม่ได้เกิดจากในห้องแล็บ

 

ข้อมูลโดย : ดร.อนันต์ จงแก้ววัฒนา ผู้เชี่ยวชาญด้านไวรัสวิทยา ไบโอเทค สวทช.

A :

COVID-19 มีสารพันธุกรรมที่ค่อนข้างใหญ่และเปลี่ยนแปลงตัวเองตลอดเวลา ซึ่งเป็นคนละเรื่องกันกับความรุนแรงของเชื้อโรค ซึ่งยังไม่มีการทดลองที่มีข้อมูลชัดเจนในขณะนี้

 

ข้อมูลโดย : ดร.อนันต์ จงแก้ววัฒนา ผู้เชี่ยวชาญด้านไวรัสวิทยา ไบโอเทค สวทช.

A :

สามารถเป็นซ้ำได้ หากร่างกายอ่อนแอ ควรมีวิธีดูแลร่างกายที่ดีและถูกวิธี เช่น กินอาหารที่มีประโยชน์ครบ 5 หมู่ นอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ เพื่อให้มีภูมิคุ้มกันอยู่เสมอ

 

ข้อมูลโดย : รศ. ดร.ชะนวนทอง ธนสุกาญจน์ คณบดีคณะสาธารณสุขศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล

A :

หากเรามีภูมิคุ้มกันที่เพียงพอ ร่างกายจะสามารถรักษาตัวเองได้

 

ข้อมูลโดย : รศ. ดร.ชะนวนทอง ธนสุกาญจน์ คณบดีคณะสาธารณสุขศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล

A :

COVID-19 เป็นโรคของระบบทางเดินหายใจ ซึ่งยังไม่มีผลการวิจัยว่าสามารถติดทางบาดแผลได้หรือไม่ แต่ก็ควรรักษาความสะอาดบาดแผลเพื่อป้องกันการติดเชื้อต่างๆ

 

ข้อมูลโดย : พญ.รพีพรรณ รัตนวงศ์นรา มอร์ด อาจารย์ประจำสาขาวิชาโรคติดเชื้อ คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล

A :

ทำหน้าที่ประสานงานกับโรงเรียนแพทย์และโรงพยาบาลในเขตปทุมธานี เพื่อรับตัวผู้ป่วยติด COVID-19 มารักษาที่โรงพยาบาลสนาม โดยมีขั้นตอนดังนี้

  1. มีการติดเชื้อโควิด-19 (ผลเลือดเป็นบวก)
  2. สังเกตอาการ
  3. พักรักษาตัวที่โรงพยาบาลสนาม เป็นเวลา 14 วัน

ข้อมูลโดย : รศ.นพ.พฤหัส ต่ออุดม ผู้อำนวยการโรงพยาบาลธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติ

A :

กลุ่มเสี่ยงมีอยู่ 3 ประเภทใหญ่ๆ

  • ผู้สูงอายุ
  • ผู้มีโรคประจำตัว
  • ผู้ป่วยโรคหอบหืดหรือระบบทางเดินหายใจ

ข้อมูลโดย : พญ.รพีพรรณ รัตนวงศ์นรา มอร์ด อาจารย์ประจำสาขาวิชาโรคติดเชื้อ คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล

A :

COVID-19 สามารถลอยในอากาศได้ ควรสวมหน้ากากหากต้องอยู่ในที่แออัดและเว้นระยะห่างทางสังคม

 

ข้อมูลโดย : พญ.รพีพรรณ รัตนวงศ์นรา มอร์ด อาจารย์ประจำสาขาวิชาโรคติดเชื้อ คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล

A :

ลักษณะอาการของ COVID-19 มีอาการใกล้เคียงกับไข้หวัดใหญ่ในช่วง 3-4 วันแรก แต่ในวันที่ 5 จะมีความรุนแรงมากกว่า ผู้ป่วยสามารถสังเกตอาการผิดปกติได้ด้วยตนเอง เช่น การเหนื่อยหอบ ท้องเสีย มีไข้ขึ้นสูง

 

ข้อมูลโดย : พญ.รพีพรรณ รัตนวงศ์นรา มอร์ด อาจารย์ประจำสาขาวิชาโรคติดเชื้อ คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล

A :

เชื้อสามารถอยู่ในน้ำทะเลได้ในช่วงระยะเวลาหนึ่ง ขึ้นอยู่กับการอุณหภูมิ รวมทั้งการได้รับความร้อนจากแสงแดดหรือความเค็มในน้ำทะเล ควรหลีกเลี่ยงการเล่นน้ำทะเลในช่วงเวลานี้

 

ข้อมูลโดย : ดร.อรสา อ่อนจันทร์ ผอ.กองเคมีและผลิตภัณฑ์อุปโภค กรมวิทยาศาสตร์บริการ

A :

ส่วนใหญ่ที่พบจะส่งผลต่อคุณแม่เท่านั้น

 

ข้อมูลโดย : ศ.พญ.จิรพร เหล่าธรรมทัศน์ คณบดีคณะเทคโนโลยีวิทยาศาสตร์สุขภาพ วิทยาลัยวิทยาศาสตร์การแพทย์เจ้าฟ้าจุฬาภรณ์

A :

แม้จะเป็นน้ำหมักเข้มข้น แต่ก็จะไม่มีฤทธิ์เพียงพอต่อการฆ่าเชื้อ ไม่แนะนำให้ใช้

 

ข้อมูลโดย : ดร.อรสา อ่อนจันทร์ ผอ.กองเคมีและผลิตภัณฑ์อุปโภค กรมวิทยาศาสตร์บริการ

A :

การแพร่กระจายในน้ำของ COVID-19 มีความเสี่ยงสูง เนื่องจากเชื้อโรคสามารถเจริญเติบโตได้ดีกว่าเมื่ออยู่ในน้ำ ควรหลีกเลี่ยงการว่ายน้ำในช่วงนี้

 

ข้อมูลโดย : ดร.อรสา อ่อนจันทร์ ผอ.กองเคมีและผลิตภัณฑ์อุปโภค กรมวิทยาศาสตร์บริการ

A :

ระยะเวลาในการเกาะติดของ COVID-19 บนธนบัตรจะขึ้นอยู่กับอุณหภูมิและความชื้น ควรหลีกเลี่ยงการใช้ธนบัตรในช่วงนี้

 

ข้อมูลโดย : ดร.อรสา อ่อนจันทร์ ผอ.กองเคมีและผลิตภัณฑ์อุปโภค กรมวิทยาศาสตร์บริการ

A :

การสูบบุหรี่มีการเป่าควันบุหรี่ออกจากปาก ซึ่งทำให้การแพร่กระจายของ COVID-19 มีมากขึ้น ควรงดการสูบบุหรี่ในช่วงนี้

 

ข้อมูลโดย : ศ.พญ.จิรพร เหล่าธรรมทัศน์ คณบดีคณะเทคโนโลยีวิทยาศาสตร์สุขภาพ วิทยาลัยวิทยาศาสตร์การแพทย์เจ้าฟ้าจุฬาภรณ์

A :

ควรหลีกเลี่ยงการไปโรงพยาบาลในช่วงนี้ เพราะมีความเสี่ยงในการติดเชื้อ หากมีความจำเป็นที่จะต้องรับยา ให้โทรติดต่อกับโรงพยาบาลเพื่อส่งยามาให้ทางไปรษณีย์

 

ข้อมูลโดย : ศ.พญ.จิรพร เหล่าธรรมทัศน์ คณบดีคณะเทคโนโลยีวิทยาศาสตร์สุขภาพ วิทยาลัยวิทยาศาสตร์การแพทย์เจ้าฟ้าจุฬาภรณ์

A :

รังสียูวีสามารถฆ่าเชื้อโรคได้ สามารถใช้กับสิ่งของ เช่น ช้อน ส้อม ด้วยการฉายแสงฆ่าเชื้อโรคได้ แต่ไม่แนะนำหากการนำมาใช้กับร่างกาย

 

ข้อมูลโดย : ดร.อรสา อ่อนจันทร์ ผอ.กองเคมีและผลิตภัณฑ์อุปโภค กรมวิทยาศาสตร์บริการ

A :

ฟอร์มาลีน (Formalin) อยู่ในกลุ่มสารที่ใช้สำหรับรักษาความสดใหม่และไม่ได้มีผลโดยตรงในการฆ่าเชื้อโรค อาจส่งผลอันตรายต่อร่างกาย จึงไม่แนะนำให้ใช้ฆ่า COVID-19

 

ข้อมูลโดย : ดร.อรสา อ่อนจันทร์ ผอ.กองเคมีและผลิตภัณฑ์อุปโภค กรมวิทยาศาสตร์บริการ

A :

COVID-19 จะทำลายเนื้อปอด ซึ่งผู้ป่วยวัณโรคก็จะมีภาวะเสี่ยงเพิ่มมากขึ้นหากติด COVID-19

 

ข้อมูลโดย : ศ.พญ.จิรพร เหล่าธรรมทัศน์ คณบดีคณะเทคโนโลยีวิทยาศาสตร์สุขภาพ วิทยาลัยวิทยาศาสตร์การแพทย์เจ้าฟ้าจุฬาภรณ์

A :

WHO ออกแถลงการณ์เพื่อเตือนบุคลากรทางการแพทย์ ให้ระมัดระวังการติดเชื้อระหว่างปฏิบัติงาน เช่น เมื่ออยู่ในห้อง ICU ที่เป็นระบบปิด แล้วให้ยาพ่นที่เป็นสาร ซึ่งอาจกลายเป็นพาหะให้ไวรัสยึดเกาะและเกิดการแพร่กระจายของเชื้อโรคได้ ซึ่งไม่ได้หมายความว่าจะเกิดขึ้นได้โดยทั่วไป เนื่องจากไวรัสต้องมีตัวพาหะไว้ยึดเกาะเพื่อแพร่กระจายเชื้อโรค เช่น น้ำลาย น้ำมูก ดังนั้นการแพร่กระจายทางอากาศ หรือ Airborne จึงไม่ใช่เรื่องจริงที่ต้องกังวลสำหรับสถานการณ์ COVID-19 ในชีวิตประจำวัน

 

ข้อมูลโดย : ศ.พญ.จิรพร เหล่าธรรมทัศน์ คณบดีคณะเทคโนโลยีวิทยาศาสตร์สุขภาพ วิทยาลัยวิทยาศาสตร์การแพทย์เจ้าฟ้าจุฬาภรณ์

A :

ต้องใช้วิธีการเผาเพื่อดูเปลวไฟ หากมีเปลวไฟสีฟ้า แสดงว่าเป็น เมทานอล (methanol) หรือ เมทิลแอลกอฮอล์ (methyl alcohol) สูตรเคมีคือ CH3OH ไม่แนะนำให้ใช้ เพราะเป็นพิษและมีผลเสียต่อร่างกาย แต่หากมีเปลวไฟสีเหลืองหรือส้ม แสดงว่าเป็น เอทานอล (ethanol) หรือ เอทิลแอลกอฮอล์ (ethyl alcohol) สูตรเคมีคือ C2H5OH เป็นแอลกอฮอล์ที่ปลอดภัยและแนะนำให้ใช้

 

ข้อมูลโดย : ดร.อรสา อ่อนจันทร์ ผอ.กองเคมีและผลิตภัณฑ์อุปโภค กรมวิทยาศาสตร์บริการ

A :

น้ำส้มสายชูมีฤทธิ์เป็นกรดอ่อนๆ และไม่สามารถมาทำความสะอาดเพื่อฆ่าเชื้อโรคได้

 

ข้อมูลโดย : ดร.อรสา อ่อนจันทร์ ผอ.กองเคมีและผลิตภัณฑ์อุปโภค กรมวิทยาศาสตร์บริการ

A :

สามารถติดเชื้อได้ แม้ว่าจะมีหรือไม่มีอาการ ดังนั้นทุกคนควรเลี่ยงการพบปะผู้คนในช่วงนี้

 

ข้อมูลโดย : ศ.พญ.จิรพร เหล่าธรรมทัศน์ คณบดีคณะเทคโนโลยีวิทยาศาสตร์สุขภาพ วิทยาลัยวิทยาศาสตร์การแพทย์เจ้าฟ้าจุฬาภรณ์

A :

สำหรับผู้ที่มีอาการผู้แพ้ ผู้มีเชื้อ HIV รวมถึงผู้ที่มีภูมิคุ้มกันต่ำหรือผิดปกติ เช่น ผู้ป่วยแพ้ภูมิตัวเอง ผู้ป่วยถุงลมโป่งพอง ผู้ป่วยโรคไตขั้นที่ 3 ขึ้นไป หรือผู้สูงอายุ ทั้งหมดนี้จะเป็นกลุ่มเสี่ยง ซึ่งควรกักตัว 14 วัน หรือปลีกวิเวก เลี่ยงการพบเจอผู้คน

 

ข้อมูลโดย : ศ.พญ.จิรพร เหล่าธรรมทัศน์ คณบดีคณะเทคโนโลยีวิทยาศาสตร์สุขภาพ วิทยาลัยวิทยาศาสตร์การแพทย์เจ้าฟ้าจุฬาภรณ์

A :

เนื่องด้วยการประเมินสถานการณ์ของกลุ่มบริษัทประกันภัยกับเงื่อนไขที่เสนอขายในช่วงก่อนหน้านี้ ทำให้ไม่สามารถรับประกันภัยได้ตามเงื่อนไขเดิม หลายบริษัทอาจจะหยุดการขายหรือปรับความคุ้มครองตามความเหมาะสม

 

ข้อมูลโดย : คุณสิริพักตร์ สุวรรณทัต ผอ.ฝ่ายอาวุโส ฝ่ายสำนักนายทะเบียนคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ คปภ.

A :

จากการที่มีการขอความร่วมมือให้ประชาชนอยู่กับบ้าน เพื่อลดการแพร่เชื้อ แต่กลับมีประชาชนเดินทางกลับภูมิลำเนาและรวมตัวกันที่สถานีขนส่งเป็นจำนวนมาก ทั้งยังต้องใช้เวลาในการเดินทางร่วมกันบนรถเป็นเวลานาน อาจทำให้ COVID-19 ระบาดไปสู่ผู้สูงอายุในภูมิลำเนานั้นๆ แนะนำว่าควรกักตัวในพื้นที่ปิดอย่างเคร่งครัด

 

ข้อมูลโดย : ศ.พญ.จิรพร เหล่าธรรมทัศน์ คณบดีคณะเทคโนโลยีวิทยาศาสตร์สุขภาพ วิทยาลัยวิทยาศาสตร์การแพทย์เจ้าฟ้าจุฬาภรณ์

A :

เครื่องวัดอุณหภูมิร่างกายมี 2 ประเภท คือ

  1. เครื่องวัดที่ต้องสัมผัสกับร่างกาย เช่น ปรอทวัดไข้
  2. เครื่องวัดที่ไม่ต้องสัมผัสกับร่างกาย เช่น เครื่องวัดอุณหภูมิหน้าผาก (ปืนวัดไข้)

ซึ่งเครื่องวัดที่ไม่ต้องสัมผัสกับร่างกายนั้นจะมีความแม่นยำที่ลดน้อยลง แต่จะมีความเหมาะสมกับสถานการณ์ที่มีการระบาดของเชื้อโรคแบบนี้มากกว่า ทั้งนี้ยังมีข้อบ่งใช้ของเครื่อง เช่น การวัดไข้ควรอยู่ในระยะ 15 – 30 เซนติเมตร การวัดไข้ในสภาวะที่เหมาะสม โดยควรให้ร่างกายปรับสภาพให้สมดุลย์ก่อนเข้ารับการวัดไข้

 

ข้อมูลโดย : ดร.อรสา อ่อนจันทร์ ผอ.กองเคมีและผลิตภัณฑ์อุปโภค กรมวิทยาศาสตร์บริการ

A :

ดูตามความเหมาะสม หากไม่ได้มีอาการหนักก็ไม่ควรไปรับการตรวจในช่วงนี้ เพื่อเป็นการสงวนการรักษาให้ผู้ที่มีอาการป่วยจริง ๆ

 

ข้อมูลโดย : ศ.พญ.จิรพร เหล่าธรรมทัศน์ คณบดีคณะเทคโนโลยีวิทยาศาสตร์สุขภาพ วิทยาลัยวิทยาศาสตร์การแพทย์เจ้าฟ้าจุฬาภรณ์

A :

การดื่มน้ำร้อนไม่ได้ป้องกันโควิด-19 แต่การดื่มน้ำมีประโยชน์ต่อร่างกายและควรเป็นน้ำสะอาด ส่วนขิงกับพริกยังไม่มีผลการวิจัยว่าสามารถป้องกันโควิด-19 ได้

ดูแลป้องกันและปฏิบัติตน
A :

ผู้สูงอายุควรได้รับการดูแลเป็นพิเศษ เช่น การใส่หน้ากากอนามัย ที่พักมีอากาศถ่ายเทได้ดี กินอาหารที่ปรุงสุกและสะอาด

 

ข้อมูลจาก : รายการวันใหม่วาไรตี้ 27 มี.ค. 63

A :

เมื่อกลับถึงบ้านแล้วควรล้างมือ อาบน้ำ สระผม ทำความสะอาดร่างกาย เก็บเสื้อผ้าเปื้อนแยกต่างหากก่อนนำไปซัก เมื่อรับประทานอาหารร่วมกันควรใช้ช้อนกลางของตัวเอง ไม่ใช้ภาชนะร่วมกัน รวมถึงเว้นระยะห่าง 1.5 – 2 เมตร เพื่อป้องกันการติด COVID-19

 

ข้อมูลโดย : พญ.อรพิชญา ไกรฤทธิ์ หัวหน้าสาขาวิชาอายุรศาสตร์ผู้สูงอายุ คณะแพทยศาสตร์ โรงพยาบาลรามาธิบดี

A :

ควรตระหนักแต่ไม่ตระหนก หาสาเหตุที่ทำให้เราวิตกกังวล หากเป็นสิ่งที่เราควบคุมได้ เช่น วิตกกังวลจากการติดตามข่าวสารมากเกินไป ก็ควรปรับเวลาในการรับข่าวสารให้พอเหมาะ หากเป็นสิ่งที่ควบคุมไม่ได้ เช่น สถานการณ์ที่รุนแรงของโรค ก็ควรเผชิญหน้ากับมัน

 

ข้อมูลโดย : นพ.วรตม์ โชติพิทยสุนนท์ โฆษกกรมสุขภาพจิต

A :

เนื่องจากต้องพบปะผู้คนแปลกหน้าในจำนวนมาก ควรป้องกันตัวเองด้วยการล้างมือบ่อยๆ รักษาความสะอาดอยู่เสมอ

 

ข้อมูลโดย : ดร.อนันต์ จงแก้ววัฒนา ผู้เชี่ยวชาญด้านไวรัสวิทยา ไบโอเทค สวทช.

A :

หน้ากากทั่วไปไม่เหมาะสม เพราะอาจมีการแพร่กระจายของเชื้อวัณโรคที่เป็นอยู่ ควรใช้หน้ากาก N95 จะปลอดภัยที่สุด

 

ข้อมูลโดย : ดร.อนันต์ จงแก้ววัฒนา ผู้เชี่ยวชาญด้านไวรัสวิทยา ไบโอเทค สวทช.

A :

หากมีผู้ไอ-จามในระยะใกล้ หน้ากากอนามัยจะสามารถป้องกันได้ในระดับหนึ่งถ้าเป็นละอองฝอยขนาดใหญ่ แต่หากเป็นละอองฝอยขนาดเล็กอาจจะป้องกันไม่ได้มากนัก

 

ข้อมูลโดย : ดร.อนันต์ จงแก้ววัฒนา ผู้เชี่ยวชาญด้านไวรัสวิทยา ไบโอเทค สวทช.

A :

มีโอกาสติด COVID-19 ได้ เนื่องจากหน้ากากอนามัยที่เราใช้ไม่ได้เป็นแบบที่รองรับโครงหน้า ทำให้ยังมีช่องว่างที่ COVID-19 สามารถเข้าสู่ตาหรือจมูกได้

 

ข้อมูลโดย : ดร.อนันต์ จงแก้ววัฒนา ผู้เชี่ยวชาญด้านไวรัสวิทยา ไบโอเทค สวทช.

A :

ไม่จำเป็นต้องแยกซักผ้า สามารถซักผ้าของผู้อื่นร่วมกันได้ เพราะผงซักฟอกสามารถทำความสะอาดและไม่เกิดการแพร่เชื้อโรคได้

 

ข้อมูลโดย : รศ. ดร.ชะนวนทอง ธนสุกาญจน์ คณบดีคณะสาธารณสุขศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล

A :

ตรวจสอบกิจกรรม พื้นที่หรืออุปกรณ์ที่อาจต้องใช้ร่วมกับผู้อื่นในบ้าน เช่น ห้องน้ำ การรับประทานอาหาร เพื่อรักษาความสะอาดป้องกันการติดเชื้อโรค สังเกตตนเอง ออกกำลังกายและไม่ควรเครียดจนเกินไป

 

ข้อมูลโดย : รศ. ดร.ชะนวนทอง ธนสุกาญจน์ คณบดีคณะสาธารณสุขศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล

A :

เยื่อบุที่สามารถติด COVID-19 ได้จะเป็นปาก จมูก ตา และอาจรวมถึงระบบขับถ่ายด้วย ซึ่งอาจมีความเสี่ยงติดเชื้อหากต้องใช้อุปกรณ์ เช่น สายชำระ ร่วมกับผู้อื่นในที่สาธารณะ แนะนำให้หลีกเลี่ยง

 

ข้อมูลโดย : ศ.พญ.จิรพร เหล่าธรรมทัศน์ คณบดีคณะเทคโนโลยีวิทยาศาสตร์สุขภาพ วิทยาลัยวิทยาศาสตร์การแพทย์เจ้าฟ้าจุฬาภรณ์

A :

การออกกำลังกายทำให้ร่างกายมีสุขภาพดีและมีภูมิคุ้มกัน แม้ว่าจะติด COVID-19 แล้ว ก็อาจหายจากอาการนั้น หากร่างกายมีภูมิคุ้มกันเพียงพอ

 

ข้อมูลโดย : ศ.พญ.จิรพร เหล่าธรรมทัศน์ คณบดีคณะเทคโนโลยีวิทยาศาสตร์สุขภาพ วิทยาลัยวิทยาศาสตร์การแพทย์เจ้าฟ้าจุฬาภรณ์

A :

ไม่น่าเชื่อถือ ไม่แนะนำให้ใช้

 

ข้อมูลโดย : ศ.พญ.จิรพร เหล่าธรรมทัศน์ คณบดีคณะเทคโนโลยีวิทยาศาสตร์สุขภาพ วิทยาลัยวิทยาศาสตร์การแพทย์เจ้าฟ้าจุฬาภรณ์

A :

รถเมล์ร้อน (ระบบเปิด) จะมีการถ่ายเทของอากาศมากกว่า ทำให้โอกาสของการติดเชื้อโรคมีน้อยกว่ารถเมล์ปรับอากาศ (ระบบปิด) รวมถึงสถานที่อื่นๆ เช่น โรงพยาบาล ออฟฟิศ ที่ต้องมีการสร้างห้องพิเศษที่มีความดันเป็นลบ เพื่อป้องกันการติดเชื้อ หากเลี่ยงไม่ได้ก็ควรใส่หน้ากากอนามัยและแว่นตา

 

ข้อมูลโดย : ศ.พญ.จิรพร เหล่าธรรมทัศน์ คณบดีคณะเทคโนโลยีวิทยาศาสตร์สุขภาพ วิทยาลัยวิทยาศาสตร์การแพทย์เจ้าฟ้าจุฬาภรณ์

A :

สเปรย์แอลกอฮอล์ที่มีความเข้มข้น 70% ขึ้นไป สามารถฆ่าเชื้อโรคได้ การใช้ควรเลือกหัวสเปรย์ที่ให้ละอองไม่รุนแรงและเว้นระยะห่างให้พอเหมาะ เพื่อไม่ให้ละอองสะท้อนกลับ รวมทั้งต้องเลือกสเปรย์แอลกอฮอล์ที่ไม่ระเหยเร็วจนเกินไป เพื่อให้สามารถฆ่าเชื้อได้อย่างมีประสิทธิภาพ

 

ไฮโดรเจนเปอร์ออกไซด์ (Hydrogen peroxide:H2O2) สามารถฆ่าเชื้อได้ มักใช้เป็นส่วนผสมของน้ำยาล้างแผลหรือน้ำยาย้อมสีผม ควรใช้ในความเข้มข้น 0.5-3%

 

แนะนำให้ใช้สเปรย์แอลกอฮอล์ สะดวกและปลอดภัยที่สุด

 

ข้อมูลโดย : ดร.อรสา อ่อนจันทร์ ผอ.กองเคมีและผลิตภัณฑ์อุปโภค กรมวิทยาศาสตร์บริการ

มาตรการและการดำเนินการ
A :

สำหรับแรงงานต่างด้าว ขณะนี้ยังไม่มีนโยบายเรื่องเงินเยียวยา แต่กระทรวงแรงงาน ได้มีการ “ผ่อนปรนให้แรงงานต่างด้าว” ที่การอนุญาตสิ้นสุดวันที่ 31 มีนาคม 2563 สามารถอยู่ในราชอาณาจักรและทำงานได้ต่อจนถึงวันที่ 30 มิถุนายน 2563 โดยนายจ้างจะต้องยื่นบัญชีรายชื่อลูกจ้าง (Name list) ทางออนไลน์ภายในวันที่ 30 มีนาคม 2563 (เพราะวีซ่าจะหมดอายุในวันที่ 31 มีนาคม 2563)

 

ข้อมูลจาก : รายการสถานีประชาชน วันที่ 26 มีนาคม 2563 และ https://www.bangkokbiznews.com/news/detail/872706

A :
  1. มาตรการเพิ่มสภาพคล่อง สินเชื่อรายย่อยไม่เกิน 3 ล้านบาทต่อราย เงินสินเชื่อรวม 10,000 ล้านบาท โดยธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย ให้สินเชื่อไม่เกิน 3 ล้านบาท ดอกเบี้ยร้อยละ 3 เป็นเวลา 2 ปีแรก
  2. ยืดการเสียภาษีเงินได้นิติบุคคล ภงด.50 ที่จะเริ่มยื่นภายในเดือนพฤษภาคม เปลี่ยนเป็นภายใน 31 สิงหาคม 2563 และ ภงด.51 จากภายในเดือนสิงหาคม 2563 เป็นภายใน 30 กันยายน 2563
  3. หยุดการเสียภาษีสรรพากร VAT ภาษีธุรกิจเฉพาะ และอื่นๆ ให้ผู้ประกอบการที่ได้รับผลกระทบ เลื่อนกำหนดเวลายื่นแบบและชำระภาษีทุกประเภท 1 เดือน
  4. หยุดการเสียภาษีสรรพสามิตให้กิจการสถานบริการ เลื่อนการยื่นแบบภาษีและชำระภาษีสถานบริการออกไป 3 เดือนตั้งแต่วันที่ 1 มีนาคมถึง 31 พฤษภาคม 2563 ให้เสียภาษีภายใน 15 กรกฎาคม 2563
  5. ยืดการเสียภาษีสรรพสามิตให้ผู้ประกอบการอุตสาหกรรมน้ำมันและผลิตภัณฑ์น้ำมัน เลื่อนการยื่นแบบและชำระภาษีภายใน 10 วันเป็นภายในวันที่ 15 ของเดือนถัดไปเป็นระยะเวลา 3 เดือน
  6. ยกเว้นอากรขาเข้าสินค้าที่เกี่ยวข้องกับการป้องกันและรักษาไวรัสโควิด-19 เป็นเวลา 6 เดือนถึงเดือนกันยายน 2563 ยกเว้นภาษีและลดค่าธรรมเนียมจากการปรับปรุงโครงสร้างหนี้ (non-bank) ให้เจ้าหนี้ที่ไม่ใช่สถาบันการเงิน เช่นสินเชื่อส่วนบุคคล การเช่าซื้อลิสซิ่ง ตั้งแต่ 1 มกราคม 2563 ถึง 31 ธันวาคม 2564

ข้อมูลโดย : https://news.thaipbs.or.th/content/290179

A :

มาตรการดูแลและเยียวยา “แรงงานลูกจ้าง ลูกจ้างชั่วคราว อาชีพอิสระที่ไม่อยู่ในระบบประกันสังคม” ซึ่งได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของไวรัสโคโรนา(COVID-19) ประกอบด้วย 8 มาตรการ

  1. สนับสนุนเงินคนละ 5,000 บาทต่อเดือน เป็นเวลา 3 เดือน เยียวยาแรงงานลูกจ้าง ลูกจ้างชั่วคราว อาชีพอิสระ ที่ไม่ได้อยู่ในประกันสังคมจำนวน 3 ล้านคน สำหรับผู้ที่อยู่ในระบบประกันสังคม เพิ่มสิทธิกรณีว่างงานร้อยละ 50 ของค่าจ้างโดยกรณีนายจ้างไม่ให้ทำงาน รับเงินไม่เกิน 180 วัน และกรณีรัฐสั่งหยุด รับเงินไม่เกิน 90 วัน
  2. สินเชื่อฉุกเฉิน 50,000 บาท วงเงินรวม 40,000 ล้านบาท อัตราดอกเบี้ยร้อยละ 0.1 ต่อเดือน ไม่ต้องมีหลักประกัน
  3. สินเชื่อพิเศษ 50,000 บาทต่อราย วงเงินรวม 20,000 ล้านบาท อัตราดอกเบี้ยร้อยละ 0.25 ต่อเดือน ซึ่งต้องมีหลักประกัน
  4. สำนักงานธนานุเคราะห์ รับจํานําดอกเบี้ยต่ำวงเงินรวม 2,000 ล้านบาท คิดดอกเบี้ยในอัตราไม่เกินร้อยละ 0.125 ต่อเดือน
  5. ยืดการเสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาออกไป ให้ยื่นแบบและชำระภาษี เป็นเดือนสิงหาคม 2562
  6. หักลดหย่อนเบี้ยประกันสุขภาพเพิ่มขึ้น เพิ่มวงเงินลดหย่อนค่าเบี้ยประกันสุขภาพจาก 15,000 บาท เป็น 25,000 บาท
  7. ยกเว้นภาษีเงินได้ให้บุคลากรทางการแพทย์
  8. ฝึกอบรมเพิ่มทักษะอาชีพ หรือจัดกิจกรรมเพื่อสังคม รวมถึงนักศึกษาที่ยังหางานไม่ได้ ขยายการฝึกอบรมผ่านเครือข่ายมูลนิธิอันเนื่องมาจากพระราชดำริ กองทุนหมู่บ้าน และชุมชนเมือง

ข้อมูลจาก : https://news.thaipbs.or.th/content/290179

A :

ผู้ประกันตน ที่มีอาการป่วย มีไข้ ไอ เจ็บคอ สามารถเข้ารับการตรวจรักษา ตามสิทธิการรักษาพยาบาลได้โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย หากเป็นกลุ่มเสี่ยงและแพทย์สงสัยว่าจะเข้าข่ายโรค COVID-19 แพทย์จะส่งตรวจเพาะเชื้อทางห้องแล็บ โดยผู้ประกันตนไม่ต้องจ่ายค่าตรวจหรือค่ายาใดๆ แต่หากอาการไม่เข้าข่าย ไม่แนะนำให้ไปขอตรวจเอง

 

ข้อมูลโดย : รายการสถานีประชาชน วันที่ 26 มีนาคม 2563

A :

ลงทะเบียนผ่าน www.เราไม่ทิ้งกัน.com ตลอด 24 ชั่วโมง ตั้งแต่วันเสาร์ที่ 28 มีนาคม 2563 โดยการรับเงินเยียวยามี 2 วิธี คือ

  • รับเงินผ่านพร้อมเพย์ ที่ผูกกับบัตรประชาชน
  • โอนเข้าบัญชีธนาคาร

ข้อมูลจาก : https://news.thaipbs.or.th/content/290179

A :

บัตรประจำตัวประชาชน หรือหนังสือเดินทางคนต่างด้าว เพื่อให้เจ้าหน้าที่ได้พิจารณาความเหมาะสมในการเดินทางนั้นๆ ตามมาตรฐานการคัดกรองที่กำหนด ทั้งนี้ควรเดินทางเท่าที่จำเป็น เพื่อเป็นการลดการแพร่ระบาดของ COVID-19

 

ข้อมูลโดย : พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ

A :

จุดคัดกรอง COVID-19 ทั้ง 366 ด่าน มีหน้าที่ให้ความรู้และประชาสัมพันธ์ในเรื่องของข้อควรในการปฏิบัติตนและสิ่งที่ไม่สามารถปฏิบัติได้ โดยจะมีแนวทางการทำงานเหมือนกัน คือ ปฏิบัติงานร่วมกับแพทย์จากกระทรวงสาธารณสุข เจ้าหน้าที่จากกรมการขนส่งทางบก เจ้าหน้าที่ทหารและหน่วยงานอื่นๆ เพื่อทำการสุ่มตรวจผู้เดินทาง แนะนำวิธีการสวมใส่หน้ากาก วิธีการใช้เจลและแอลกอฮอล์ล้างมือ แนะนำการนั่งเว้นระยะห่างระหว่างกัน สุ่มตรวจวัดไข้ หากมีความเสี่ยงจะทำการคัดแยกและดำเนินการตามแนวปฏิบัติของกระทรวงสาธารณสุขที่กำหนดไว้

 

ข้อมูลโดย : พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ

A :

สำนักงานประกันสังคมได้เปิดช่องทางในการยื่นการขอรับสิทธิประโยชน์ ดังนี้

  • ในรูปแบบ E-Form ทางเว็บไซต์ www.sso.go.th
  • ส่งเอกสารทางไปรษณีย์
  • ส่งเอกสารทางโทรสารกับสำนักงานประกันสังคมในพื้นที่
  • ส่ง E-mail กับสำนักงานประกันสังคมในพื้นที่
  • Line กับสำนักงานประกันสังคมในพื้นที่

ข้อมูลโดย : คุณนันทชัย ปัญญาสุรฤทธิ์ ผู้อำนวยการสำนักเงินสมทบ สำนักงานประกันสังคม

A :

สำนักงานประกันสังคมลดอัตราเงินสมทบและขยายเวลาส่งเงินสมทบให้ทั้งผู้ประกันตนและสถานประกอบการทั่วประเทศ

 

ข้อมูลโดย : คุณนันทชัย ปัญญาสุรฤทธิ์ ผู้อำนวยการสำนักเงินสมทบ สำนักงานประกันสังคม

A :

ขยายเวลาส่งเงินสมทบสำหรับนายจ้างออกไปอีก 3 เดือน เช่น เงินสมทบของเดือนมีนาคม ส่งได้ไม่เกินวันที่ 15 กรกฎาคม 2563

 

ข้อมูลโดย : คุณนันทชัย ปัญญาสุรฤทธิ์ ผู้อำนวยการสำนักเงินสมทบ สำนักงานประกันสังคม

A :

ลดอัตราเงินสมทบสำหรับนายจ้างเหลือ 4 % ผู้ประกันตนมาตรา 33 เหลือ 1 % และผู้ประกันตนมาตรา 39 เหลือ 1.8 % เป็นเวลา 3 เดือน ตั้งแต่มีนาคม – พฤษภาคม 2563

 

ข้อมูลโดย : คุณนันทชัย ปัญญาสุรฤทธิ์ ผู้อำนวยการสำนักเงินสมทบ สำนักงานประกันสังคม

A :
  1. เป็นกิจการที่หน่วยงานรัฐสั่งปิด รับ 50% 60 วัน
  2. หน่วยงานรัฐไม่ได้สั่งปิด แต่ไม่สามารถดำเนินกิจการได้
    • ถูกเลิกจ้างหรือลาออก ได้รับเงินชดเชยกรณีว่างงานตามปกติ และได้รับสิทธิประโยชน์เพิ่มเติมกรณีว่างงานเนื่องจากเหตุสุดวิสัยเป็น 70% ของค่าจ้าง ไม่เกิน 200 วัน
    • ลาออก ได้รับเงินชดเชยกรณีว่างงานตามปกติ และได้รับสิทธิประโยชน์เพิ่มเติมกรณีว่างงานเนื่องจากเหตุสุดวิสัยเป็น 45% ของค่าจ้าง ไม่เกิน 90 วัน

ข้อมูลโดย : คุณนันทชัย ปัญญาสุรฤทธิ์ ผู้อำนวยการสำนักเงินสมทบ สำนักงานประกันสังคม

A :

ผู้ประกันตนมาตรา 33 (ที่ส่งเงินสมทบไม่ครบ 6 เดือน) ผู้ประกันตนมาตรา 39 และผู้ประกันตนมาตรา 40 รัฐบาลโดยกระทรวงการคลังจะจ่ายเงินชดเชยจำนวน 5,000 บาท / คน / เดือน

 

ข้อมูลโดย : คุณนันทชัย ปัญญาสุรฤทธิ์ ผู้อำนวยการสำนักเงินสมทบ สำนักงานประกันสังคม

A :

สำนักงานประกันสังคมมีมาตรการลดอัตราเงินสมทบ รวมถึงขยายเวลาส่งเงินสมทบและเพิ่มสิทธิประโยชน์ในกรณีว่างงาน สำหรับแรงงาน ลูกจ้าง ผู้ใช้แรงงานที่ได้รับผลกระทบจาก COVID-19 ซึ่งคณะกรรมการประกันสังคมได้กำหนดเงื่อนไขที่เพิ่มขึ้นใหม่ในหมวดเหตุสุดวิสัย ซึ่งผู้ประกันตนในสถานประกอบการที่ได้รับผลกระทบ จะได้รับเงินทดแทนการขาดรายได้ 50% (คิดจากฐานเงินเดือนไม่เกิน 15,000 บาท) สูงสุดไม่เกิน 7,500 บาท เป็นเวลา 60 วัน และ 180 วัน สำหรับผู้ประกันตนที่ต้องเฝ้าระวังการติดเชื้อ

 

ข้อมูลโดย : คุณนันทชัย ปัญญาสุรฤทธิ์ ผู้อำนวยการสำนักเงินสมทบ สำนักงานประกันสังคม

A :

แม้ว่าจะเกิด Aerosol หรือละอองฝอยในอากาศที่เกิดจากการทำฟันตามปกติ แต่ทุกสถานพยาบาลจะให้การรักษาตามมาตรฐานของสำนักสถานพยาบาลและการประกอบโรคศิลปะของกระทรวงสาธารณสุข จึงมีความปลอดภัยแน่นอน

 

ข้อมูลโดย : ทันตแพทย์กฤษณะ พลอยบุษย์ แอดมินเพจใกล้หมอฟัน

A :

มีการออกแนวทางปฏิบัติในวันที่ 23 มี.ค. 63 โดยแบ่งเป็น 3 กลุ่ม คือ

  • กลุ่มทันตกรรมฉุกเฉิน เช่น ภาวะเลือดออกมากในช่องปาก มีการติดเชื้อในช่องปาก ได้รับบาดเจ็บบริเวณช่องปากจนอาจขัดขวางทางเดินหายใจ
  • กลุ่มทันตกรรมเร่งด่วน ซึ่งมีอาการที่เจ็บปวดที่ไม่สามารถใช้ชีวิตตามปกติได้ เช่น ปวดฟัน ฟันคุดอักเสบ เสียวฟัน ฟันแตก เป็นต้น
  • กลุ่มทันตกรรมที่รอได้ เช่น ขูดหินปูน อุดฟันที่เกิดจากฟันผุไม่มาก ฟอกสีฟัน การจัดฟัน จะขอเลื่อนการรักษาออกไปก่อน

ข้อมูลโดย : ทันตแพทย์กฤษณะ พลอยบุษย์ แอดมินเพจใกล้หมอฟัน

A :

หากกักตุนอาหารเพื่อเป็นเครื่องอุปโภคบริโภค ไม่ถือว่าผิด พ.ร.ก. แต่หากกักตุนเพื่อขายเป็นสินค้า แม้ว่าจะมีอาชีพค้าขายหรือไม่ก็ถือว่ามีความผิด

 

ข้อมูลโดย : รศ.ดร.เจษฎ์ โทณะวณิก คณะนิติศาสตร์ วิทยาลัยบัณฑิตเอเชีย

A :

สามารถออกมาทำงานได้ เพราะยังไม่มีข้อห้ามใน พ.ร.ก. ในขณะนี้

 

ข้อมูลโดย : รศ.ดร.เจษฎ์ โทณะวณิก คณะนิติศาสตร์ วิทยาลัยบัณฑิตเอเชีย

A :

พ.ร.ก. มีผลครอบคลุมทั่วประเทศ ไม่ว่าจะเป็นชาวไทยหรือชาวต่างชาติ

 

ข้อมูลโดย : รศ.ดร.เจษฎ์ โทณะวณิก คณะนิติศาสตร์ วิทยาลัยบัณฑิตเอเชีย

A :

ถ้าฝ่าฝืน มีโทษจำคุกไม่เกิน 2 ปี ปรับไม่เกิน 40,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

 

ข้อมูลโดย : รศ.ดร.เจษฎ์ โทณะวณิก คณะนิติศาสตร์ วิทยาลัยบัณฑิตเอเชีย

A :

ยังไม่ได้มีประกาศห้าม แต่มีการขอความร่วมมือไม่ให้เดินทางหากไม่มีกิจธุระจำเป็น โดยเฉพาะการเดินทางไปในหลายจังหวัด เพราะไม่ได้มีการตรวจคัดกรองระหว่างจังหวัด เพื่อเลี่ยงความเสี่ยงในการติดเชื้อ COVID-19

 

ข้อมูลโดย : รศ.ดร.เจษฎ์ โทณะวณิก คณะนิติศาสตร์ วิทยาลัยบัณฑิตเอเชีย

A :

ประชาชนไม่จำเป็นต้องเดินทางมาที่สำนักงานฯ เนื่องจากสำนักงานประกันสังคมเพิ่มช่องทางการติดต่อเพื่อเลี่ยงความเสี่ยงในการติดเชื้อ COVID-19 ดังนี้

  • Website
  • ไปรษณีย์
  • โทรสาร
  • E-mail
  • Line

ข้อมูลโดย : ร.อ.สาโรจน์ คมคาย ผู้อำนวยการกองกฎหมาย สำนักงานประกันสังคม

A :

ประกาศพระราชกำหนด (พ.ร.ก.) การบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉินให้มีผลทั่วราชอาณาจักร เพื่อให้ผู้ว่าราชการจังหวัดหรือผู้ที่เกี่ยวข้อง ได้อาศัยอำนาจภายใต้มาตรการใน พ.ร.ก. เพื่อดำเนินการให้สอดคล้องกับรัฐบาล

 

ข้อมูลโดย : รศ.ดร.เจษฎ์ โทณะวณิก คณะนิติศาสตร์ วิทยาลัยบัณฑิตเอเชีย

A :

คือการห้ามออกนอกเคหะสถานในยามวิกาล ซึ่งมีความยืดหยุ่นของเวลา โดยใช้คำว่าในเวลาที่กำหนด ซึ่งในขณะนี้ยังไม่ได้มีการประกาศเคอร์ฟิว

 

ข้อมูลโดย : รศ.ดร.เจษฎ์ โทณะวณิก คณะนิติศาสตร์ วิทยาลัยบัณฑิตเอเชีย

A :

ควรปฏิบัติตามกฎอย่างเคร่งครัด แต่หากเกิดเหตุจำเป็นจริงๆ ก็สามารถชี้แจงกับเจ้าหน้าที่ได้

 

ข้อมูลโดย : รศ. ดร.เจษฎ์ โทณะวณิก นักวิชาการทางกฎหมาย

A :

เคอร์ฟิวส่วนใหญ่เวลาประกาศออกมาแล้วก็จะมีการห้ามออกจากเคหะสถานในยามวิกาลในเวลาที่กำหนด ตามปกติคือเวลาประมาณ 22.00 – 04.00 น. เพื่อป้องกันไม่ให้ประชาชนได้รับอันตราย

 

ข้อมูลโดย : รศ. ดร.เจษฎ์ โทณะวณิก นักวิชาการทางกฎหมาย